วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ตัวอย่างภัยร้ายของเด็กวัยเรียน


น้าหนักของกระเป๋านักเรียน ไม่ควรมองข้าม


             นับเป็นอันตรายที่พ่อแม่จะนิ่งนอนใจไม่ได้อีกต่อไป โดย ทีมงาน Life & Family ได้สอบถามไปยัง นพ.สาริจฉ์ ศรีสุภาพ ศัลยแพทย์กระดูกสันหลังและข้อ โรงพยาบาลกรุงเทพ ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น พบว่า การสะพายกระเป๋านักเรียนหนัก ๆ ส่งผลกระทบต่อหมอนรองกระดูกสันหลังของเด็กจริง หากต้องสะพายกระเป๋าหนัก ๆ ไปโรงเรียนทุกวัน อาจมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูก และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อตามมาได้ นอกจากนั้นแล้ว ยังมีความเสี่ยงต่อการปวดหลังเรื้อรัง และส่งผลต่อรูปร่างของกระดูกสันหลังในอนาคตอีกด้วย
            โดยมีการศึกษาชัดเจนพบว่า หากมีอาการปวดหลังตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ โตขึ้นไป อาการปวดหลังจะเกิดเรื้อรังได้ โดยในต่างประเทศนั้น คนที่ปวดหลังเรื้อรัง เช่น ในวันแรงงานก็มีปัญหามาตั้งแต่วัยเด็ก และวัยรุ่น ยิ่งถ้าแบกกระเป๋าที่หนักมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวจะเห็นได้เลยว่าลักษณะของกระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูก ความโค้งงอของกระดูกสันหลังจะผิดปกติไป
           ไม่เพียงแต่จะส่งผลโดยตรงต่อร่างกายเท่านั้น ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเด็กด้วย ถึงแม้จะไม่มาก แต่ก็คุณหมอท่านนี้บอกว่า การที่เด็กสะพายกระเป๋านักเรียนหนัก ๆ เป็นประจำ กล้ามเนื้อทั้งไหล่ ทั้งเอวจะเมื่อยล้า เป็นไปได้ที่สมาธิในการเรียนรู้ของเด็กจะลดลง
    
"ก็เหมือนผู้ใหญ่นั่นแหละ หากต้องแบก หรือยกอะไรหนัก ๆ ก็ต้องเมื่อยล้าเป็นธรรมดา แต่สำหรับเด็กผมคิดว่ากระเป๋ามันหนักเกินไปนะ ต้องมีใครเข้ามาดูแลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะโรงเรียนที่ควรเข้ามามีส่วนช่วยเด็ก โดยหาตู้ หรือโต๊ะเพื่อไว้เก็บสัมภาระ หรือหนังสือ รวมถึงสอนเด็กจัดตารางสอนให้พอดี และถือของเท่าที่จำเป็นไปโรงเรียน ซึ่งพ่อแม่ และโรงเรียนต้องให้ความใส่ใจในเรื่องนี้ด้วยครับ" ศัลยแพทย์กระดูกสันหลังและข้อ"เผยด้านแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ ทางศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มีข้อเสนอแนะไว้เป็นทางเลือกว่า
  • เลือกใช้กระเป๋ามีล้อเข็น ช่วยลดความเสี่ยงต่อการปวดกล้ามเนื้อ ลดน้ำหนักกดทับกระดูกสันหลัง อย่างไรก็ตามเด็กนักเรียนก็ยังคงต้องแบกหิ้วกระเป๋าล้อเข็นขึ้นลงรถโดยสาร หรือบันไดอยู่ดี ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุพลัดตกหกล้มได้ง่าย พ่อแม่ควรพิจารณาน้ำหนักโดยรวมทั้งหมดต้องไม่ควรเกิน 20 % ของน้ำหนักตัว เช่น เด็กน้ำหนักประมาณ 20 ก.ก. น้ำหนักกระเป๋าไม่ควรเกิน 4 ก.ก.
  • การใช้กระเป๋าแบกหลังต้องเลือกขนาดให้เหมาะสมกับเด็ก มีช่องว่างใส่ของเพียงพอ และจัดวางอย่างเหมาะสมโดยให้น้ำหนักกระจายไปทั่วกระเป๋า สายสะพายไหล่ควรมีความกว้างกว่า 6 ซ.ม. สายที่เล็กจะทำให้กดทับบริเวณไหล่ ซึ่งอาจกดลึกจนมีผลต่อกล้ามเนื้อ และเส้นประสาทได้    
  • การใช้กระเป๋าสะพายหลัง ต้องปรับสายสะพายเพื่อให้กระเป๋าแนบหลัง ไม่ห้อยต่ำ ก้นกระเป๋าต้องไม่อยู่ต่ำแหน่งที่ต่ำกว่าบั้นเอว และผู้ใช้ต้องเดินตัวตรง ไม่เอนตัวไปข้างหน้า
  •  การแบกกระเป๋าต้องใช้สายสะพายไหล่ทั้งสองข้างเพื่อให้น้ำหนักกระจายตัวอย่างสมดุล การสะพายไหล่ข้างเดียวจะมีความเสี่ยงสูงต่อการปวดต้นคอ ไหล่ และหลังได้ เพราะน้ำหนักถ่วงไม่สมดุลย์นั่นเอง


ตัวอย่างภัยร้ายในโลกโซเชียล

โจรแสบ ล่าเหยื่อในสังคมออนไลน์

           ช่วงกลางเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ระบุถึงเรื่องของชายคนหนึ่ง ชื่อ “นายโอม” อ้างตัวเป็นหลานชายนักการเมือง แต่มีพฤติกรรมหลอกลวงผู้เสียหายจำนวนมากมาย โดยเฉพาะผู้หญิงตกเป็นเหยื่อหลายราย หลังจากไปหลงกลหนุ่มแสบที่เสกสรรปั้นแต่งสารพัดเรื่องราวให้คนที่เล่นแชตด้วยเกิดความสงสารใจอ่อน จนยอมให้เบอร์โทรศัพท์ สุดท้ายเมื่อมีการนัดพบกันก็จะตกเป็นเหยื่อนายโอม ทั้งฉกเงินหรือชิงทรัพย์สิน ฯลฯ หลังมีการเผยแพร่ข้อมูลกันในโลกออนไลน์ก็พบว่ามีคนตกเป็นเหยื่อมากมายบางรายถึงขั้นพลาดพลั้งถูกล่วงละเมิดทางเพศก็มี ก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2551-2555 โดยมีการไปแจ้งความไว้ที่หลายโรงพักด้วยกัน เช่น สน.บางนา แต่ยังไม่มีตำรวจท้องที่ใดจับกุมได้ มีแต่เพียงออกหมายจับ

          หลังจากนั้นบรรดาผู้เสียหายกลุ่มหนึ่งจึงได้เริ่มรวมตัวแลกเปลี่ยนข้อมูลกันแล้วตัดสินใจ นำเรื่องราวไปโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยใช้ชื่อว่า “ตามล่าไอ้โอม” www.facebook.com/omehunter และอีเมล : ome_hunt@hotmail.com ทำให้มีผู้เสียหายที่เคยตกเป็นเหยื่อทยอยแจ้งข้อมูลและเบาะแสต่าง ๆ กระทั่งทาง พล.ต.ต.พิสิฎฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รอง ผบช.น. สั่งการให้ พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บช.น.และ พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ ผกก.สส.3 บก.สส. บช.น. วางแผนนำกำลัง ทั้งฝ่ายสืบสวน บช.น. สืบสวน บก.น.5 และ สน.บางนา ช่วยกันแกะรอยไล่ล่าตัว “  ไอ้โอม” จากเบาะแสต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อมูลที่ได้จากทางอินเทอร์เน็ต

          สุดท้ายไอ้โอม ซึ่งมาทราบชื่อภายหลังคือ นายชาคร บุญเชิญ อายุ 33 ปี ภูมิลำเนาอยู่ อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ ต้องมาจนมุมเพราะได้โทรศัพท์ไปหลอก นายสุเมธ วิวัฒน์วิชา ช่างภาพนิตยสารแพรว ซึ่งถูกทุบกระจกรถยนต์ขโมยทรัพย์สินในซอยบางขุน นนท์ 29 ท้องที่ สน. บางขุนนนท์ คนร้ายได้ กล้องถ่ายรูป โน้ตบุ๊ก โดยมีไฟล์ที่มีภาพถ่ายศิลปินดัง  “ณเดชน์ คูกิมิยะ” กับ  “ญาญ่า อุรัสยา” ที่จะใช้ลงนิตยสารถูกขโมยไปด้วย ไอ้โอมคงเห็นข้อมูลจากสื่อมวลชน เลยฉวยโอกาสโทรศัพท์ไปสร้างเรื่องว่ามีคนร้ายนำทรัพย์สินดังกล่าวมาจำนำไว้ 6 หมื่นบาท

          แต่นายสุเมธ ไม่ตกเป็นเหยื่อง่าย ๆโทรศัพท์ไปปรึกษา พ.ต.อ.นพศิลป์ จากนั้นตำรวจจึงได้วางแผนจับกุมไอ้โอมได้สำเร็จภายในห้องพักย่านลาดพร้าว ยังพบของกลางมากมาย 138 รายการ ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าสะพาย กระเป๋าสตางค์ บัตรประชาชน บัตรของธนาคาร และเอกสาร ใบขับขี่ บัตรข้าราชการ ซึ่งสามารถระบุยืนยันชื่อผู้เสียหายที่ถูกลักทรัพย์ได้จำนวน 66 คน เมื่อขยายผลเพิ่มเติมพบว่า มีผู้เสียหายไปแจ้งความไว้ชัดเจนอีก 8 สน. คือ สน.บางนา ทองหล่อ จระเข้น้อยลุมพินี สุทธิสาร  ปทุมวัน ธรรมศาลา และ บางยี่ขัน สามารถติดต่อผู้เสียหายได้แล้ว 41 ราย อยู่ระหว่างให้ผู้เสียหายมาดูของกลางและมาชี้ตัวคนร้าย นอกจากนี้ในพื้นที่ต่างจังหวัดยังมี สภ.เมืองสุรินทร์, สภ.กาบเชิง จ.สุรินทร์,  สภ.บางกรวย จ.นนทบุรี,  สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ฯลฯ

        นอกจากนี้ในช่วงเวลาไล่เลี่ยยังเกิดเหตุลักษณะทำนองเดียวกันขึ้นอีกคือ หลอกลวงเหยื่อทางอินเทอร์เน็ตมาแล้วนับไม่ถ้วน กระทั่งพ.ต.ท.เจิดเกษม ศิริโชติ สว.สส.สน.บางชัน ตามแกะรอยคนร้ายมาดำเนินคดีได้ เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา คือ นายอิศรา หรือ ต้อม สุพร อายุ 22 ปี ภูมิลำเนา ต.บ้านพริก อ.บ้านนา จ.นครนายก ตามหมายศาลจังหวัดมีนบุรี ในข้อหา ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นผู้อื่น และทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ จับกุมตัวได้ที่ อ.วิหารแดง จ.สระบุรี พ.ต.ท.เจิดเกษม เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายหลายรายมาแจ้งความว่า ถูกนายอิศรา หลอกเป็นเพื่อนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนและขอให้โอนเงินด่วนเข้าไปให้ในบัญชีธนาคารวิหารแดง จ.สระบุรี แต่ที่น่าตกใจคือ ผู้ต้องหาเรียนจบเพียงชั้นประถมปีที่ 6 แต่ได้หลอกเหยื่อมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2552 ไปแล้วกว่า 60 ราย

        สำหรับพฤติกรรมที่ใช้หลอกล่อเหยื่อนั้น นายอิศรา อ้างว่าชนวนเรื่องมาจากผูกใจเจ็บเพราะเคยถูกหลอกขายเบอร์โทรศัพท์ “เลขสวย” ทางอินเทอร์เน็ตมาก่อน ต้องเสียเงินค่าโอนเงินไป 500 บาท จากนั้นเลยวางแผนคิดจะเอาคืนบ้าง จึงไปเปิดหาอ่านข้อมูลในเว็บไซต์กูเกิ้ล โดยพิมพ์คำว่า “หลอกคนยังไงให้หลงเชื่อ” นอกจากนี้ยังคลิกเข้าไปอ่านศึกษาเรื่องราว การใช้จิตวิทยากับมนุษย์ พออ่านอย่างละเอียดแล้วจึงมาทดลองใช้ โดยไปเปิดหาเหยื่อตามเฟซบุ๊ก ไฮไฟว์ และอินสตาแกรม ขอเป็นเพื่อนกับคนอื่น ๆ  ไปทั่ว พอรู้เบอร์โทรศัพท์ก็จะเริ่มโทรฯ ไปหลอกเหยื่อว่าเป็นเพื่อนกำลังเดือดร้อน พยายามใช้วิธีการพูดจนเหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินให้มาหลายรายด้วยกัน ครั้งที่หลอกได้เงินมากสุดคือ 1 แสนบาทนั้น โทรฯ ไปหลอกคนแก่ ที่ จ.อุดรธานี นอกจากนี้ยังเคยหลอกเงินหลานชายบิ๊กทหารชื่อดัง แต่สุดท้ายก็ต้องมาจนมุมจากทีวีวงจรปิด บันทึกภาพหลักฐานเอาไว้ได้ขณะไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม

            นับเป็นภัยสังคมอีกรูปแบบหนึ่ง ที่กำลังผุดราวดอกเห็ด บนโลกออนไลน์ ยิ่งสังคมไทยเป็นคนขี้สงสาร ใจอ่อน พอไปเชื่อใจใครง่ายเกินไปแล้ว ก็อาจจะทำให้พลาดพลั้งเสียที! ตกเป็นเหยื่อเหล่ามิจฉาชีพสารพัดกลุ่มที่ได้แอบแฝงตัวเข้าไปล่าเหยื่อในโลกออนไลน์กันแบบเสรี บรรดาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเร่ง ตามข้อมูลแก๊งแสบให้ได้ เพื่อหามาตรการป้องกันและเตือนภัยประชาชนให้รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของมิจฉาชีพ!!



ตัวอย่างภัยร้ายเกี่ยวกับสุขภาพ


       

    ถุงพลาสติกอันตรายกว่าที่คิด

            ในพลาสติกอ่อนทุกชนิด อย่างเช่น พลาสติกห่อหุ้มอาหาร บัตรเครดิต ม่านกั้นห้องน้ำ ฯลฯ จะมีสารเคมีที่ชื่อว่า พาทาเลต (phthalate) ประกอบอยู่ด้วย เพื่อช่วยเพิ่มความอ่อนในวัตถุ ซึ่งหากเราได้รับสารตัวนี้เข้าไปมาก ๆ ก็จะเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง โดยได้รับการยืนยันจากงานวิจัยของสถาบันกุมารเวชศาสตร์ ที่ได้เก็บผลทดสอบจากกลุ่มตัวอย่างในเด็กวัย 6-19 ปี และพบว่า เด็กที่ได้รับสารเคมีพาทาเลตจะมีภาวะความดันโลหิตสูงกว่าเด็กกลุ่มที่ไม่ได้รับสารเคมีตัวนี้ 

           หลายๆคนอาจมองว่าไม่ใช่อันตรา
    แต่จริง ๆ แล้วเป็นภัยอันตรายในระยะยาว เพราะสารเคมีตัวนี้จะทำให้ร่างกายเกิดสภาวะความเครียดออกซิเดชั่น (oxidative stress) ซึ่งก็คือการที่เซลล์ถูกอนุมูลอิสระทำลาย เป็นสาเหตุของโรคแห่งความเสื่อมเรื้อรังมากกว่า 70 ชนิด ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจเกร็งตัว โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง ข้อต่ออักเสบ การแข็งตัวของเนื้อเยื่อซ้ำซ้อน โรคอัลไซเมอร์ และความเสื่อมเฉพาะจุด

              นอกจากนี้ สารพาทาเลตที่แฝงอยู่ในพลาสติกห่อหุ้มอาหาร ยังเป็นตัวการรบกวนการทำงานของต่อมไร้ท่อในร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะกับบุคคลที่มีปัญหาโมเลกุลในเลือดต่ำอยู่แล้ว ซึ่งอาจทำให้ฮอร์โมนมีความผิดปกติ และเร่งการเจริญเติบโตของเด็กผู้หญิง ทำให้โตเกินวัย และยังมีส่วนให้เกิดโรคเบาหวาน สมาธิสั้น โรคภูมิแพ้ และโรคหอบหืดอีกด้วย

              ดังนั้น หากเลี่ยงไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าสารเคมีตัวนี้ได้ก็จะดีมาก โดยเลี่ยงกินอาหารสำเร็จรูป หรืออาหารที่อยู่ในหีบห่อพลาสติก และที่สำคัญ ไม่ควรห่ออาหารด้วยพลาสติกห่อหุ้มอาหาร แล้วนำเข้าไปอุ่นในไมโครเวฟ ควรหันมาเก็บอาหารในภาชนะที่เป็นแก้วเพื่อป้องกันโรคภัยอันตราย และเพื่อสุขภาพที่ดีของเรา

แป้งทาตัวเด็ก อาจเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้และมะเร็ง




       แป้งทาตัวเด็กที่นิยมใช้กันอยู่ทั่วไปผลิตจากแร่หินชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ทัลค์ (Talc) หรือเรียกว่า แป้งทัลคัม (Talcum Powder)ผลิตโดยการนำหินทัลคัมมาโม่ให้ละเอียด อบให้แห้ง ฆ่าเชื้อและแยกสิ่งแปลกปลอมออกแม้จะยังไม่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่แน่ชัดว่าทัลคัมมีคุณสมบัติเหมือนแอสเบสตอส (Asbestos) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งที่ไม่สามารถจัดจำพวกได้ก็ตาม แต่ภัยร้ายของทัลคัมคือ เมื่อสูดดมทัลคัมเข้าไปในปริมาณมาก อาจมีผลต่อร่างกาย เช่น ปอด เพราะอาจทำให้เกิดอาการไอ หายใจติดขัด ระบบทางเดินหายใจติดขัดอย่างรุนแรง อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของภูมิแพ้ เนื่องจากแป้งทัลคัมไม่สามารถย่อยสลายได้

           อีกทั้ง นักวิทยาศาสตร์พบว่า ผู้หญิงที่ใช้แป้งกับอวัยวะเพศเพื่อลดการอับชื้น มีอัตราเสี่ยงจากการจะเป็นมะเร็งรังไข่เพิ่มขึ้น โดยอาจเป็นไปได้ที่แป้งสามารถหลงเข้าไปในร่างกายผ่านช่องคลอดมดลูกและท่อนำไข่เข้าไปสู่ช่องท้อง
    รศ.ดร.ไสยวิชญ์ วรวินิต ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีแป้ง (Starch Technology) และนักเทคโนโลยีดีเด่นของมูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ประจำปี 2549 เผยข้อมูลเกี่ยวกับสารทัลคัมว่า แป้งฝุ่นโดยทั่วไปทำจากสารทัลคัม ซึ่งมีชื่อทางเคมีว่า Magnesium SilicateHydroxideแม้ไม่อาจทำให้เกิดการตกค้างจากการใช้ผลิตภัณฑ์ในระยะเวลาสั้นก็ตามแต่เนื่องจากหินแร่ทัลคัมไม่สามารถย่อยสลายเองได้ด้วยจุลินทรีย์ตามธรรมชาติ หากสูดเข้าไปทีละเล็กละน้อยเป็นเวลานานๆ เกิดการสะสมในปอด โดยที่เซลส์บุผิวปอดจะดักจับแป้งไว้เป็นก้อน ทำให้มีปัญหากับการหายใจ ถ้าเป็นเด็กทารกก็อาจทำให้ปอดอักเสบ เกิดเป็นโรคเนื้องอกในปอด (Talcosis) และเสียชีวิตได้  เนื่องจากความไม่ปลอดภัยในการใช้แป้ง ทัลคัมแพทย์ส่วนใหญ่โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้แป้งทาตัวเด็กที่มีส่วนผสมของทัลคัม และผู้ผลิตชั้นนำได้หันมาเลือกใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ อาทิ แป้งข้าวโพด เพื่อทดแทนแร่หินทัลค์ (Talc) และในปัจจุบันมีความนิยมใช้แป้งเด็กที่ทำมาจาก แป้งข้าวเจ้าบริสุทธิ์ (Rice Starch) กันมากขึ้น เนื่องจากมีความปลอดภัยมากกว่าแป้งทัลคัม เพราะเป็นสารอินทรีย์ ทำให้สามารถย่อยสลายได้โดยจุลินทรีย์ในธรรมชาติ ไม่เกิดการสะสมในปอดหรือใต้ร่มผ้า ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ และลดความเสี่ยงจะก่อให้เกิดมะเร็งรังไข่ นอกจากนี้ยังปกป้องลูกน้อยจากผื่นคัน เพราะมีคุณสมบัติป้องกันความเปียกชื้นและการดูดซับไขมันสูงกว่าทัลคัม



ผลเสียของการนอนดึก





  • ทำให้ขาดภูมิต้านทานหากเราอดนอนมาก ๆ จะหน้าตาซีดเซียว ไม่มีน้ำมีนวล เจ็บป่วยง่ายขึ้นเมื่อเจอเชื้อโรคเพราะการนอนไม่พอจะส่งผลต่อเม็ดเลือดขาว และกลไกการตอบสนองภูมิคุ้มกันต่าง ๆ ของร่างกายนั่นเอง


  • ทำให้เป็นมะเร็งการนอนไม่พออาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งที่มีความเกี่ยวข้องกันในเรื่องวงจรการหลั่งฮอร์โมนแปรปรวน เนื่องมาจากการอดนอนและ แสงรบกวนในเวลากลางคืน ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม ฉะนั้น นอกจากเราควรจะนอนให้เพียงพอแล้วเรายังไม่ควรเปิดไฟนอนอีกด้วย


  • ทำให้โง่ ศ.เจอร์เกน ซัลเลย์ นักวิจัยพฤติกรรมการนอนหลับ วิทยาลัยแพทย์รีเกนส์เบิร์ก เปิดเผยว่า การอดนอนส่งผลกระทบเลวร้ายต่อร่างกาย จะทำให้ประสิทธิภาพการจดจำลดลง ดังนั้นควรนอนพักผ่อนอย่างน้อยคืนละ ชั่วโมงเพื่อความมีสุขภาพที่ดี อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะมีงานวิจัยหรือไม่ คนส่วนใหญ่ย่อมรู้กันดีว่า การที่คนเราอดนอนนั้นทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงอยู่แล้ว แต่เมื่อมีงานวิจัยออกมายืนยันถึงผลร้ายของการอดนอนแบบนี้ คนที่นอนไม่พอหรือยังบริหารเวลาในชีวิตการทำงานและชีวิตครอบครัวไม่ดีควรตระหนักและเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสียตั้งแต่วันนี้ ก่อนจะเกิดผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวของคุณ


  • ทำให้ ขี้ลืม การรับรู้ตอบสนองช้าเพราะสมองนั้นทำงานไม่เต็มที่ ถ้ายังนอนดึกอดหลับอดนอน จะทำให้เป็นโรคความจำเสื่อมได้ง่ายด้วย

  • ทำให้ร่างกายและพิวพรรณดูไม่สดใสเพราะผลของการนอนดึก และพักผ่อนไม่เพียงพอ เลยทำให้พิวพรรณฟื้นตัวไม่ทัน ซึ่งจะเกิดปัญหาทำให้หน้าแก่ก่อนไวอันควร  หน้าตาหมองคล้ำ ผิวหนังเหี่ยวย่น เพราะฮอร์ทำงานโมนไม่คงที่


  • ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย เพราะร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ระบบต่างๆในร่างกายฟื้นตัวไม่ทัน ทำให้ร่างกายเกิดอาการเจ็บไข้ได้ป่วยได้ง่าย

  • นอนดึกทำให้อ้วนเพราะร่างกายจะหลั่งสารคอร์ติโซลออกมา ทำให้เกิดอาการรู้สึกหิวได้ง่าย เพราะยิ่งดึกยิ่งกิน และระบบย่อยอาหารทำงานไม่เต็มที่และทำงานหนักมาก จึงสงผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นแบบไม่รู้ตัว







วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2557

แบบเสนอหัวข้อการสร้าง Blog



 แบบเสนอหัวข้อการสร้าง Blog รายวิชา ง31101 การงานอาชีพและเทคโนโลยี

ผู้เสนอ น.ส.พรทิพย์  ลัดคุ่ย ชั้น  ม. 4/8 เลขที่ 22

ชื่อ blog ภาษาไทย ภัยร้าย ใกล้ตัว   ชื่อ blog ภาษาอังกฤษ Near the threat

ที่อยู่ blog    http://looksi.blogspot.com                                  



ครูที่ปรึกษา 1.ครูศิวาวุธ  ภาณุพิจารย์  

ที่มาและความสำคัญ

               สังคมในปัจจุบันมีเรื่องราวมากมายที่เป็นภัยสังคม ยิ่งสำหรับภัยคุกครามที่มาอย่างเงียบ อาจจะมองได้หลาย
มุมมองอาจจะเป็นเรื่องไกลตัว หรืออาจจะเป็นเรื่องใกล้ตัวก็ได้ ซึ่งผู้สร้างจึงสร้างเว็บนี้ ไว้เพื่อเป็นแหล่งศึกษาเกี่ยวกับภัยร้ายใกล้ตัว ไว้เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันตัว

วัตถุประสงค์ของการดำเนินงาน

1. เพื่อblog ภัยร้าย ใกล้ตัว เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ภัยร้ายต่างๆ ใกล้ตัว

               2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ชม

3. เพื่อศึกษาการสร้าง blog และเว็บไซต์

ซอฟแวร์ที่ใช้ในการพัฒนา

1.www.bloger.com

2.adobe Photoshop

ขอบเขต
เนื้อหาภายใน Blog จะประกอบไปด้วย ข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษา โดยมีหัวข้อหลักดังนี้

1.ตัวอย่างภัยร้ายเกี่ยวกับสุขภาพ

2. ตัวอย่างภัยร้ายในโลกโซเชียล

                3.ตัวอย่างภัยร้ายของเด็กวัยเรียน

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. เป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเรื่องภัยร้ายต่างๆใกล้ตัวเราในหลายๆรูปแบบ

2.ได้รับความรู้ในการสร้างเว็บ

วันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ผู้สร้าง




นางสาว พรทิพย์  ลัดคุ่ย  
เลขที่ 22 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/8
โรงเรียนสงวนหญิง จังหวัด สุพรรณบุรี